Suthorn 的个人资料Cloud ' s ~ Space...照片日志列表 工具 帮助
1月1日

New Year 2008!

This is my first time celebration new year's eve in Munich. We have prepare a lot of things to do when the new year's eve is coming. One of our preparation is Lotto! Let me describe in 4 Acts.

Act.1

These lottos were collected from all around Munich, from Train Station to Train Station. hehe~ ใส่แว่น.

So Beautiful Lotto ~                      New Millionare

We plan to open them all when th new year is coming. So, wish me good luck then.

Act.2: Along the journey!

When new year's eve has come. The time is about 7pm. I am heading to the Munich Central which is called 'Marienplatz'. With a full load of fireworks to fire, but it was too early. There were just a few people playing around then I decide to take some photos before the chaos begins...

                                              Night at Marienplatz                                Time is about 8 pm

That's me

me at Marienplatz

So, this is very good time to make some beautiful photos without the interruption by people. Let's see~~

My Heart สายรุ้ง

Act.3: Begin!

Now, we moved to the Olympiapark. The time is close to midnight. We bring pizzaพิซซ่า, champagne and very important thing, fireworks! there. The view is very nice.  without tripod, some photos are shaking but they are still nice.

The view from the top of the hill. View from the top of the world

While people were waiting for new year. Somes fire a lot of fireworks! there were everywhere and soooo crazy!

they were playing all around me               another firework

We found German and Croatia guys. they were drunk and start playing something so close to me.

 

what is your wish?                 Chaos! Crazy! and Madness!

 

and their playing method is really cool!!   ปาร์ตี้        Great idea to play like that!

 

Finally, new year is coming. HAPPY NEW YEAR!!!!!!!!!!!! Fireworks are all around the city. From here I can see every fireworks in Munich. Unbelievable scenes which can only be pictured in my memory.

Happy new year! Everybody           Prepare the glasses for a good champagne!!

 

Act.4: New year 2008!

After new year passed. we stay there for a few hours because those 2 persons above were drunk and the path down the hill was too slippery! Soon, we came down the hill in all pieces ขยิบตา. We were heading to Stiffbogen to fire last big firework there hehe~ ใส่แว่น and back to Marienplatz again. Time is around 4 am. No one's there again. but there are something to see...

time is now 4 am of Jan 1 at Marienplatz again              nobody's there but what is that mess?

1st day of 2008 at Marienplatz!!

marienplatz?? Let's imagine when the people did the countdown here....              it's new year 2008 of marienplatz.....

what the mess.... So let's imagine what they did at the new year moment! ปาร์ตี้ and it's time to went back home to sleep. จันทร์เสี้ยว

 

ยิ้ม There is a great new year here. and I would like to say Happy New Year everybody with this picture below.

 

Wish you all great !!!!! หลอดไฟ

How much in euro!?

11月21日

Where the skies are blues. To see you once again, my love

ครบรอบ 1 เดือนกว่าๆแล้วที่มามิวนิค ก็เลยฉลองด้วยการอัพรูปให้ดูกันแก้คิดถึง ^^

2月24日

BKK100Rock

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสได้ไปชม สุดยอดคอนเสิร์ตรอคมา

สนุกดีจริงๆ เป็นการผ่อนคลายที่สนุกไปอีกแบบนึง

โดยไปดูกับน้องที่เป้นลูกของน้าของผมเอง ^^

 

แฟนๆของ Oasis คงจะไม่พลาด คอนเสิร์ตครั้งนี้^^

 

ในวันที่ผมไปก็มีวง ไทย อยู่ 3 วง คือ ฟลัวร์ Ebola และก็ Modern Dog

แต่ไปสาย จนเค้าเล่นกันเสร็จหมดเลย เหลือแต่ Modern Dog ซึ่งก็สนุกดี มีการเอาไมค์ให้ผู้หญิง

ข้างล่างร้องแทนอีกต่างหาก... เสียดาย น่าเอามาให้ผมร้อง 55

 

เสร็จแล้วก็เป็นวง deUS วงรอคจากเบลเยี่ยม

!! วงไรนี่ ไม่เคยฟังเพลงมันสักเพลง 555 ฟังไปก็เริ่มจะยืนหลับง่า ฮือ

แต่โดยรวมเพราะดีเหมือนกัน นักร้องพูดไทยได้ด้วยยย คำว่า ขอบคุณครับ (สงสัยหัดมาคำเดียว) อิอิ

 

ต่อโดย Ian Brown

คนนี้แต่งตัวสุดๆไปเลย เหมือน ออสติน พาวเวอร์ ยังไงยังงั้นเลย ออกมาในชุดวอร์มสีชมพูสดใส

ออกมาก็บอกให้ทุกคนยักไหล่ข้างนึง ตามจังหวะ ท่าเต้นต่างๆก็แปลกๆ โอ้ คุ้มๆ

 

วงต่อไป Franz Ferdinand

วงนี้สุดยอดจริงๆ มาถึงก็ดึงเอา banner BKK100Rock ลง ใส่ banner ของตัวเองแทน โอ้โห

เป็นวงที่มาทำให้ผู้ชมกระโดดเกือบทั่วเวทีเลยย โดยเฉพาะเพลง Take me Out ที่ hit ที่สุดในอัลบั้ม

 

วงสุดท้าย Oasis!!!

วงอื่นว่าเล่นดีแล้ว วงนี้ดีกว่าอีกพันพันเท่า (คำพูดของน้องญาติผมเอง)

ดวงดีมากๆ ได้ฟังเพลง Super Hit ของวงนี้เกือบครบเลย เช่น Lyla, Champagne Supernova,

Dont look back in anger และ wonderwall เย้

 

สรุปแล้วคุ้มค่าบัตรมากกก > <

แต่กลับบ้านมาด้วยความ เมื่อย+หิว ยืนติดกันโดยไม่ได้นั่ง 6 ชม. T__T

 

อยากตัวสูงง่ะ บางทีโดนฝรั่งบังเต็มจอเลย

ปล.สาวญี่ปุ่นน่ารัก อยู่ข้างหลังผมเอง ร้องเพลงเป็นภาษาญี่ปุ่นอีกตะหาก^^

 

 

1月22日

Kid's Day @ TAM 2006

TAM 2006
 
งาน TAM 2006 ปีนี้ได้จัดอยู่ในช่วงวันเด็กพอดี เนื่องจากเราก็อยู่ในวงการคอมพิวเตอร์ และของด้าน Animation ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเหมือนกัน ก็เลยได้ลองว่างๆแวะไปงานนี้ดู โดยเลือกเอาวันเด็ก ไปดูเพื่อที่จะได้ทำตัวเป็นเด็กอีกสักครั้ง (~ก็ยังดี 555)
 
เริ่มต้น
 
เริ่มต้นในวันเสาร์ด้วยการตื่นนอนประมาณเกือบบ่ายๆ รวมถึงมะมีเพื่อนๆว่างไปกันเลย ก็เลยออกเดินทางโดยไม่รีบร้อนเท่าไรนัก กว่าจะอาบน้ำเสร็จก็บ่าย 2 พอดี ก่อนออกจากบ้านก็หากล้องอยู่นาน เพราะหากล้องไม่เจอ (ไม่ได้เรียกว่าทำหายนา อิอิ) หาอยู่นานแสนนาน ปรากฎว่าลืมไว้ในรถพ่อเป็นอาทิตย์แล้ว - -' ก็เลยหยิบกล้องไปแบบไม่ได้ชาตแบตเลย หวังว่าจาไปถ่ายรูปติดไม้ติดมือมาดูเล่นสักหน่อย ในใจเลยต้องคิดว่า "ถ่ายเอาพอควรละกัน แบตเหลืออยู่เท่าไรเท่ากัน" อิอิ ก็ใช้บริการของรถไฟใต้ดินอันแสนเบื่อ นั่งทุกวันเลย แต่ก็ต้องยอมนั่งไป มันไวดี ^^
  บรรยากาศ ขาวๆ ในขบวนรถไฟมันช่างทำให้ง่วงนอนจริงๆ
 
ในงาน
มาถึงตัวงานที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์แล้ววว ไวดี อิอิ ถึงประมาณบ่าย 2 ครึ่ง เริ่มต้นก็เดินเข้างานพร้อมกล้องถ่ายรูปคู่ชีพ ก็เริ่มถ่ายรูปไปเล่นๆ ป้ายต่างๆ ในงาน ก็เจอเพื่อนจาก TOT ชื่อคุณหนุ่ยด้วย
(เย้ ได้คนถ่ายรูปให้แล้ว) เสร็จแล้วก็ตลุยถ่ายรูป คู่ กับ พริตตี้และบรรดา CosPlay ที่มาแต่งตัวกันในงาน จนคิดน่าเสียดายที่แบตไม่ได้ชาตมา เวลาจะถ่ายแต่ละที ต้องคิดถึงคุณภาพของรูปถ่ายด้วย อิอิ
 ก็ได้ผลัดกันเป็นตากล้องถ่ายรูปคู่กับ บรรดา พริตตี้ที่ออกมาโชว์ตัวในงาน กัน ก็สนุกดี พอสนุกกับการถ่ายรูปแล้ว ด้วยความงกของแจก จากบรรดาซุ้มต่างๆ 555 ก็ได้ไปต่อคิว แย่งเด็กๆ เอาของแจกฟรีตามบูตเกมส์ต่างๆด้วย จนงานเลิก!!  (งานเลิก 2 ทุ่ม) ต่อคิวนานมาก กว่าจะได้ของแจก - -'
 
สิ่งที่น่าสนใจในงาน
ภาพยนตร์ 4 มิติ นับได้ว่าเป็นไฮไลท์ของงานเลยก็ว่าได้ ฉายเป็นรอบๆ รอบละ 1 ชม. ต่อคิวกัน ก็ได้มืโอกาสเข้าไปดูเหมือนกัน ว่า ไอ่ มิติที่ 4 มันคืออะไร ที่แท้ นอกจากแว่นตาที่ให้ดูเป็น 3 มิติแล้ว ยังอุดส่าจะมีฟองสบู่พ่นออกกับกลิ่นหอมๆ เป็นมิติที่ 4 !!!  สุดยอดจริงๆ - -'
 
เกมส์ออกใหม่ๆ เกมส์ออนไลน์ใหม่ๆก็ทยอยกันเปิดตัว เอ๊ะ หรือว่างานนี้มันเป็นงานเกมส์กันแน่ - -' พอมีอะไรเปิดตัว ก็ย่อมมีของแจกเป็นธรรมดา อิอิ ได้กินโยเกิร์ต ฟรี จากเกมส์ โยเกิร์ตติ้ง ออนไลน์ด้วย (เกมส์นี้เข้าใจคิดของแจกดี อิอิ)
 
พริตตี้และคอสเพลย์ งานต่างๆ ก็ต้องมีเหล่าพริตตี้มาสร้างสีสันให้กับงานเป็นธรรมดา อิอิ มีพริตตี้คนนึงหน้าคล้ายๆกับน้องที่น่ารักด้วย เลยไปขออนุญาตเค้าถ่ายรูปด้วยเก็บไว้เป็นหลักฐาน อิอิ โดยรวมแล้ว พริตตี้และคอสเพลย์ในงานก็ช่วยให้งานดำเนินไปอย่างมีสีสันจริงๆ
 
ปล. ได้ขอไลท์ถือ deathnote มาด้วย แต่ไม่ยักจะเจอยมทูตแฮะ
สงสัย deathnote ของปลอม
 
หุ่นยนต์ น่าตื่นเต้นมากๆ เจอหุ่นยนต์เป่ายิงฉุบ!! แค่นั้นยังไม่พอ เจอหุ่นยนต์บังคับผ่าน Wireless LANโอ้!! นี่มันคล้ายๆกับโปรเจคของเราเลยนะเนี่ย ดีใจเล็กๆ อิอิ แต่ของเค้าหรูกว่าเยอะเลย T__T มีระบบauto ที่เรายังทำไม่เสร็จด้วย ฮืออออ  (ผ่านมาแบบโชคช่วย อิอิ)

 

โดยรวมแล้วงานนี้ คุ้มค่าดีที่ได้ไป ถึงแม้ว่าคนจะเยอะเท่าไร จะเหนื่อยสักแค่ไหน ขอแค่มีใจ ก็ไปสนุกกันได้

 

ปล.ขอบคุณคุณหนุ่ยด้วยที่อุดส่าห์เป็นตากล้องให้ และอยู่กับผมเดินวนไปวนมาในงานจนงานปิด สงสัยถ้าไปคนเดียว

คงได้กลับตั้งแต่ ชั่วโมงแรกแล้วมั้ง

 

ปล.2 รูปในงานจะทยอยมาลงให้ดูกันน้า~

 
 
 
 
1月7日

เป้าหมายของปี 2549

เนื่องด้วยคุณแอร์ได้เขียนเป้าหมายมาให้อ่าน ผมก็เลยเลียนแบบเขียนเป้าหมายขึ้นมามั่ง เผื่อจะทำตามได้จริงๆจังๆสักที
 
โดยปีใหม่ ปี 2006 หรือ ปี 2549 นี้ เราก็มาตั้งเป้าหมายกันดีกว่า อิอิ ว่าจะทำอะไรดี (โดยลำดับของเป้าหมายไม่เกี่ยวกัน
 
กับความสำคัญนา ทุกหัวข้อมีความสำคัญเท่ากันหมด)
 
เป้าหมายที่คิดไว้ก็คือ
 
1.ตั้งใจให้มากขึ้น
 
ตัวผมโดยนิสัยปกติแล้วจะเป็นคนง่ายๆ แต่ถ้าคิดจะทำอะไรแล้ว จะต้อง พยายามทำให้เสร็จ ให้ได้ ซึ่งผมว่า
 
ถ้าผม สามารถนำเอานิสัยส่วนตัวนี้มาประยุกต์ใช้ให้มากขึ้นในปีนี้ โดยใช้ความมุ่งมั่นและตั้งใจ
 
สิ่งที่เราคาดหวัง  หรืองานและการศึกษาต่างๆ ก็น่าจะสำเร็จได้ เย้  
 
โดยหัวข้อนี้อาจจะเริ่มต้นจากการตั้งใจทำเรื่องที่ง่ายๆ ก่อน เช่น สอบภาษาให้ผ่าน, ตั้งใจทำเวบให้บ่อยๆ,
 
และก็ตั้งใจทำงาน รวมไปถึงทำให้คนที่เรารักมีความสุข
 
2.กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก
 
เป้าหมายข้อนี้ ยากมากที่จะทำให้ได้ แต่ถ้าเรา  กล้า ในสิ่งที่ ถูกต้อง ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ ดี
 
โดยต้องเคารพในสิทธิ์ของผู้อื่นด้วย ความกล้าที่จะทำอะไรในทุกๆเรื่อง อาจจะส่งผลถึงความสำเร็จ
 
ในการงาน การศึกษา รวมถึงด้านอื่นๆ อีกด้วยยย โอ้ มีแต่ข้อดีทั้งนั้นเลยย  
 
โดยน่าจะเริ่มจากสิ่งง่ายๆก่อน เช่น เรียกพนักงานเก็บตัง หรือ เรียกพนักงานมาสั่งอาหาร และรวมไปถึง
 
การโทรสั่งพิซซ่าด้วย (ปกติไม่กล้าโทรสั่ง กว่าจะโทรคิดแล้วคิดอีก 555) 
 
 
เป้าหมาย 2 ข้อ ดูเหมือนน้อย แต่จริงๆ เหมือนมีข้อย่อยข้างในอีกเยอะแยะเลย เฮ้อ ไม่รู้ว่าปีนี้หรือปีไหนจะทำได้
 
บ้าง  แต่ยังไงก็จะต้องลองดู ถึงแม้ว่าหมดปีนี้แล้ว ทำตามเป้าหมายไม่สำเร็จ หรือว่า สิ่งที่เราหวังไว้ไม่เป็นไป
 
ตามที่เราคาดไว้
 
แต่ อย่างน้อย ก็ ดีกว่า ไม่ได้เริ่ม หรือ ไม่ได้ทำ ^^
 
เอาหละ ปีนี้ลองพยายามดู เย้
 
แล้วเพื่อนๆหละ... มีเป้าหมายไหนบ้างบอกกันบ้างเน้อ
 
ปล.เพลงที่ใส่ในบล๊อคเป็นงายบ้าง อิอิ
 
1月1日

Happy New Year !! 2006

มา Happy New Year ใหม่กันอีกรอบ

 

ปีใหม่ที่ผ่านมา เหมือนว่าแต่ละปีมันไวขึ้นเรื่อยๆ

 

เหมือนว่า เพิ่งผ่าน วันเกิด มาแปปเดียว

 

ผ่าน วันสอบวันสุดท้าย มาไม่กี่วัน

 

เหมือนว่า งานรับปริญญา ยังเพิ่งซ้อมรับไปไม่เท่าไร

 

และ เหมือนว่า ทุกเวลาและนาทีที่ผ่านไป ในปัจจุบันนี้ยังใช้ได้ไม่คุ้มค่า

 

ในแต่ละปี เราให้เวลาผ่านไปแต่ละวันๆ โดยที่ใช้ให้มันคุ้มค่าทุกวินาทีที่ผ่านไปหรือยัง (ถ้าคุ้มค่าทุกนาที ต้องดูทีวีช่อง 3 :) )

 

ฉะนั้น ปีใหม่นี้แล้ว ขออวยพรให้ทุกคน ใช้ทรัพยากรเวลาให้อย่างคุ้มค่า คิดสิ่งใดก็รีบๆทำ ก่อนที่จะไม่มีโอกาส

 

หรือ ต้องกล้าทำในสิ่งที่อยากจะทำ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป เหมือนปีก่อนๆมา

 

ยังไงปีนี้ใครจะคิดทำอะไรก็ขอให้สมหวังทุกคนนะครับ

 

~Happy New Year 2006~

 

 

12月25日

Happy Day

Merry Christmas Everybody
 
These days always have wonderful mysteries
 
Best wish to you
 
and have a great holiday all ~
 
12月7日

Bitter Chocolate

Have you ever eaten bitter chocolate?

Have you ever loved somebody? 

I already ate it

It is mystery

At first time I saw a "bitter" sign, I have no confidence to take it

 

But its smell was so good like a flower

 

So it attracted me not to eat it later

 

I think, Should I eat it now?

 

But if I ate it, I knew its taste would be definite foul

 

However, I couldnt stop myself to get started

 

so its taste made me cry but I tried to be strong

 

I continue moving on

 

And its taste become sweeter and sweeter

 

Finally, I like this sweet chocolate till forever

As same as my love, first, it may same eating bitter chocolate

Soon, I hope it would become the sweetest chocolate I ever take

PS. Don’t eat it too much or you’ll be easily overweight. lol~

 

11月10日

living the dream

การหลับเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด แต่การหลับในเวลาทำงานหรือเวลาเรียนนั้น อาจจะเป็นการพักผ่อนที่ไม่ดีก็ได้ (อิอิ) แต่จะทำไงได้หละ ก็มันง่วงนี่นา > <*~   จากการวิจัยอยู่ในสถานที่ทำงานเป็นเวลากว่า 1 เดือนเต็ม ผมก็ได้ค้นพบหลายๆอย่าง ที่จะช่วยบรรเทาให้การหลับของทุกคน ไม่เกิดขึ้นในเวลาทำงานได้ ทุกอย่างได้ลองด้วยประสบการณ์ตรงมาแล้ว มาดูกันเลยครับ

วิธีที่

1.วิธีแรกก็คือ basic of sleeping การนอนที่ดีนั้นเราควรจะนอนครบ 8 ชม. เช้าของวันนั้นเราจะสดใสมาก และจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้นวิธีแรกนี้ ก็คือ นอนแต่หัวค่ำ แล้วตอนกลางวันเราจะไม่มีงีบหลับแน่นอน แต่ผมว่าข้อนี้ก็ใช้ไม่ได้แฮะ ผมนอนตั้งแต่ทุ่มครึ่งแล้ว ทำไมตอนกลางวันก็ยังง่วงอยู่ดี!!

คะแนนแก้ง่วง:1/10

 

2.วิธีที่2นั้น ก็ยัง basic อยู่แน่ๆเลยสำหรับใครหลายๆคน ชาและกาแฟจะช่วยได้ แต่สำหรับผม มันก็ใช้ได้นะ ยิ่งกินยิ่งง่วง อร่อยก็ไม่อร่อย หลอกลวงด้วยกลิ่นหอมๆ > < แต่มันก็ช่วยทำให้ไปห้องน้ำบ่อย เดินไปเดินมาทำให้หายง่วง ก็เลยเป็นข้อดีอีกแบบไปซะได้

คะแนนแก้ง่วง:2/10

 

3.แก้ง่วงด้วยการคุย แต่ใครเล่าจะคุยกะเราได้นานทั้งวัน แต่ไปคุยกับหัวหน้าก็แก้ง่วงได้ดีจริงๆถึงยังไงวิธีนี้ก็ใช้ไม่ค่อยได้เท่าไร คุยเสร็จก็หลับต่ออยู่ดี -_-

คะแนนแก้ง่วง:3/10

 

4.หาของกินไปเรื่อยๆ วิธีนี้ก็ช่วยได้ดี บางทีพี่เค้าเอาฝรั่งมาให้กิน ก็กินแบบช้าๆจะได้ทั้งอรรถรส รวมไปถึง แก้ง่วงได้ชะงักเลยทีเดียว

คะแนนแก้ง่วง:4/10

 

5.เดินเที่ยวรอบตึก อันนี้อาจจะผสมกับข้อ 4 ได้ด้วยเช่นกันนน อิอิ บางทีก็เดินไป 7-11 (ยังโชคดีมี7-11 ข้างในให้) ก็ไปซื้อหนังสือมาอ่านได้ (ro club) อิอิ ก็พอช่วยทุเลาได้อีกระดับหนึ่ง

คะแนนแก้ง่วง:5/10

 

6.อ่านหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไรก็ตาม -_- ในแผนกมีหนังสือหลากหลายให้เลือกสรรจริงๆ ทั้งหนังสือพิมพ์หลากยี่ห้อ, โบร์ชัวร์ขายรถ, แคตตาลอคสินค้าบริษัทต่างๆ, สุดท้ายก็ หนังสือมาตรฐานไร ITU สักอย่าง ใครจะอ่าน 555 ปล.ถ้าเลือกผิดจะเป็นการเร่งให้หลับไวขึ้นอีก 500% ได้ ฉะนั้นก่อนจะหยิบหนังสือต้องตรวจดูให้ดีก่อนว่าเป็นเล่มไหน ^^

คะแนนแก้ง่วง:6/10

 

7.แต่งกลอน ข้อนี้เจ๋งมากๆ ดูเหมือนทำงานจริงๆจังๆซะด้วย นั่งแบบคนใช้ความคิด และเปิด ms word มาพิมพ์ โอ้ ใครเห็นก็นึกว่าเคร่งเครียดกับงานมากๆ แต่จริงๆแล้ว

คะแนนแก้ง่วง:7/10

 

8.msn ข้อนี้ไร้คำบรรยาย ถ้า msn กะคนที่ถูกใจ 8 ชม ก็เหมือน 8 นาที เวลาช่างไวเหลือเกิน^^ not enough time > <*~ แต่โปรดระวัง หัวหน้าข้างหลังคุณมาแอบดูการสนทนานะครับ -_-

คะแนนแก้ง่วง:8/10

 

9.ไปห้องน้ำไปห้องน้ำ สามารถทำได้หลายอย่างมากๆ ไปหลับในห้องน้ำ ก็ยังได้ ก็ได้ผลดีเหมือนกัน แต่ต้องทนกลิ่นอันไม่พึงประสงค์นิดหน่อย แต่ถ้าหลับแล้วก็คงไม่ได้กลิ่นแหละ ใช้ได้ๆ

คะแนนแก้ง่วง:9/10

 

10.หลับข้อนี้ ถ้าทนไม่ไหวก็หลับซะ อิอิ หลับได้ทุกสถานการณ์มาแล้ว กลัวตัวเองจริงๆ ห้องประชุม หน้าโต๊ะคอม รวมไปหลับตอนอ่านหนังสือตามข้อ 6 … แต่ข้อนี้ถ้าทำปุ๊ป จะแก้ง่วงได้ชะงักมากๆ ^_^

คะแนนแก้ง่วง:10/10

 

ถูกใจข้อไหนก็เลือกทำข้อนั้นนะครับ

อย่าลืมว่า นอน เป็นสิ่งที่สำคัญสุด เราควรนอนครับ

 

ทิ้งท้ายด้วยคำว่า

 

ฝันดี~

10月10日

Another day in Paradise

ในที่สุด ก็ได้เริ่มทำงาน... แทนที่จะอยู่ว่างๆ
 
ในที่สุดก็ผ่านพ้น 5 วันแรก ของการทำงาน(รึเปล่า?) สักที
 
วันแรก!! วันจันทร์ที่ 3 ตค.
 
คืนวันอาทิตย์ กว่าจาได้นอนหลังจากติดพันจากเกมส์ก็ล่วงเลยไปตี 3-ตี 4 ซะแล้ว
 
และเค้านัดปฐมนิเทศ ตอน 8.30 น. !! ซึ่งตอนเช้า นาฬิกา ปลุกตอนกี่โมงไม่รู้ แต่ตื่นตอน 7 โมง - -'
 
ใช้เวลาทำใจอยู่อึดใจ แล้วรีบอาบน้ำ ก่อนออกจากบ้านก็แวะมาปิดบอทอีกหน่อย ทำให้สายสุดๆ
 
ออกจากบ้านประมาณ 7.45 น.  พ่อเลยต้องไปส่งสถานเดียว ฮี่ๆ วันแรกก็เดินทางไปอย่างสบายๆ
 
ถึงประมาณ 9.00 นึกว่าจะสาย แต่ปรากฎ คนเริ่มปฐมนิเทศกลับสายกว่า !!! กว่าจะเริ่มก็ 9.30 เข้าไปแหล่ว
 
พอเริ่มปฐมนิเทศ ก็ เริ่มจะง่วง - -' นั่งฟังไปเรื่อยๆ พอถึงช่วงนึง เค้าบอกเกี่ยวกับสวัสดิการ... แต่ ที่ไหนได้
 
อยู่ดีๆ เอาเรื่อง กู้บ้าน กู้รถ กู้ ไรไม่รู้ มาพูด ยกใหญ่ - -'   สงสัยกะว่าไม่ต้องทำไรแล้วมั้ง ทำงานปุ๊ปกู้อย่างเดียวเลย
 
ช่วงนี้เค้าพูดนานมากๆ จนเบื่อออออเลย..ต่อมาไม่นาน ก็มีคนยกกาแฟมาให้กิน ด้วยความที่ไม่เคยกินกาแฟแบบชงๆ
 
มาก่อน มาถึงก็ยกซดไปเลย....  ขมปี๋!!!! เลยวางถ้วยไว้ที่เดิมดีกว่า - -'
 
พอช่วงบ่าย ก็แยกย้ายไปตามแผนก... พอมาถึง ก็ประชุมกันทั้งแผนก บอกกันว่า แผนกนี้ไม่เคยรับใครมานานมาก
 
ที่รับมาเพราะมีคนเกษียณออกไป และ จะตามๆเกษียณกันออกไปอีก พวกเค้าจึงรู้สึกตื่นเต้นกับวิศวกรใหม่!!!
(อารายจาปานนั้น) แต่ก็สมควรแหละน้า เพราะว่า อายุเฉลี่ยของทั้งแผนก คาดว่า... 50+ แน่นอน
 
วันแรกกว่าจะคุยๆแนะนำตัวกันเสร็จก็... กลับบ้านนนน ฮี่ๆ
 
วันที่สองถึงวันที่ห้า..4 ตค.-7 ตค.
 
จริงๆช่วงวันทำงานช่วงวันที่ 2 ถึงวันที่ 5 แทบมะมีอารายเลย
 
วันที่สองก็มาค้นพบว่า คอมเป็นรุ่น pentiumII 266mhz ram32mb สุดยอดแห่งความแรงมากๆ T_T
 
เล่นได้แต่ msn อย่างเดียววว ถ้ากดสั่นมา จะ สั่นเห็นเป็นชอตๆ เล้ยย เยี่ยมมากๆ
 
หัวหน้าก็รู้สึกใจดี แถมชอบเล่นมุขด้วยแต่ไม่ค่อยมีคนขำเท่าไรแฮะ
 
ขอยกตัวอย่างมุขของหัวหน้า (เสริมแต่งนิดหน่อยเพื่อความขำยิ่งขึ้น)
 
หัวหน้า : มีเนื้อแดงไหม
พี่ที่แผนก : ไม่มี
หัวหน้า : ติดมันไง
พี่ที่แผนก : ไม่มี
หัวหน้า : post it
พี่ที่แผนก : อยู่ตรงโน้น
หัวหน้า : post it ก็ติดมันไง...แต่ผมจะเอาเนื้อแดง
พี่ที่แผนก : ....
 
ผมขำมากๆ แต่มะเหนมีใครขำเลยอ่า > <  น่าเศร้าแฮะ
 
และวันที่ 5 ก็เริ่มมีงานแล้ว!! ดีใจมากๆ
 
หัวหน้าเอารูปวาด ตู้ใส่สาย fiber optic มา เรียกว่า Fiber Distribution Frame ย่อว่า FDF
 
เป็นรูปกล่องๆ แบบนี้
[   ]
[   ]
[   ]
 
และก็เส้นบอกขนาดต่างๆ
 
เริ่มวาดตอน 10 โมง
 
10.30 เสด ส่งให้
 
11.00 เค้าบอก แก้ศัพท์หน่อย
 
12.00 เสดพอดี และไปกินข้าว
 
กลับมา
 
14.00 บอก แก้หน่วย จาก inch เป็น mm
 
14.30 เสด
 
เค้าก็เอาไปประชุม
 
อยู่ดีๆ ก็ออกมาจากห้องประชุมบอกแก้อีกนิดส์ บอกให้พิมพ์ตัวใหญ่ๆหน่อย
 
15.00 เสด
 
16.00 เค้าออกมาให้แก้ ตรงคำศัพท์อีกนิดหน่อย เพราะจะเอาแบบไม่มีรายละเอียดมาก
 
17.00 .. เสด.. เซฟ คราวนี้ไม่รอเค้าแล้ว กลับบ้านเลยดีกว่า อิอิ
 
 
 
จบการทำงาน(~หรือเปล่า?) 5 วันแรกของผม อิอิ
 
ไว้มีอะไรแปลกๆ จามาเล่าให้ฟังอีก ฮี่ๆ
 
 
 
 
8月10日

ฉลองวันเกิดน้องขิม

เมื่อวันจันทร์ที่แล้วไปฉลองกับน้องขิมและเหล่าเพื่อนๆ
 
เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ขอ ละไว้ในฐานที่เข้าใจ (..ว่าขี้เกียจพิมพ์)
 
ตาม link เข้าไปอ่านกันดีกว่าเนอะ  ยังไงเรื่องราวก็เรื่องราวเดียวกัน ^_^
 
 
 
 
 
 
8月7日

พัง

อยู่มาวันหนึ่ง จอย ps2 ที่เล่นมาตั้งนาน อยู่ดีๆ ก็เกิดกดปุ่ม วงกลมมะได้ 
 
พอเล่นไปอีกนิด ก็กดปุ่ม 3 เหลี่ยม ไม่ติด โอ้
 
(ปุ่ม จอย PS2 มี ปุ่ม สีเหลี่ยม สามเหลี่ยม กากบาท วงกลม นะครับ)
 
ถ้ากดปุ่มวงกลมไม่ได้ นี่ก็แทบเล่นเกมอะไรไม่ได้สักเกมส์แล้วนะ 
 
ยังอุดส่าห์จะกด สามเหลี่ยม ไม่ได้ อีก
 
พอเล่นเกมส์ 2 คนไม่ได้ ก็เลย ถอดจอยออกมา โชว์ความรู้ วิศวกรรมไฟฟ้า เต็มเปี่ยม
 
ซ่อม จอย เอง 555 จะสอนวิธีทำเป็น step by step นะครับ อิอิ
 
ขั้นตอนที่ 1
 
หาไขควงแบบที่ใช้ไขแว่นตามา และ ขันน๊อต ทุกตัว บน จอย ให้หมด
 
ขั้นตอนที่ 2
 
คว่ำจอย เท น๊อตออกมาให้หมด (ระวังอย่าเทสูงมาก เพราะว่าน๊อตมันจะกระเด็นหาย
 
ไปหมด แล้วจะต้องมานั่งหาอีก เพราะหามาแล้ว เล็กๆ หายากมาก - -')
 
ขั้นตอนที่ 3
 
แกะโครงมันออกมา!! คราวนี้จะเห็นไส้ในของมัน อย่าเพิ่งตกใจ เพราะว่า
 
แกะเสร็จก็ไม่รู้จะซ่อมไรได้ 555  มีแต่ปุ่มๆ กะ ลายวงจรสายทองแดง มันทำมาดีแล้ว
 
ไม่น่าจะพังได้
 
ขั้นตอนที่ 4
 
วิเคราะห์ความเสียหาย...  ก็ไม่พบความเสียหายใดๆ สักร่องรอยเดียว แต่ทำไมถึงกดปุ่ม
 
วงกลมไม่ได้ ข้อสันนิษฐานนี้ จึงทำให้สรุปว่าอาจไม่ได้เป็นที่ตัวจอยก็ได้
 
อาจจะเป็นที่สายที่ต่อไปยังเครื่อง PS2 อาจจะขาดใน..
 
เมื่อสรุปได้ดังนั้น จึงเริ่มประกอบจอยกลับเข้าที่เดิม
 
ขั้นตอนที่ 5
 
ประกอบจอยเข้าที่เดิมอย่างระมัดระวัง เพราะตอนนี้ ได้ทำตกพื้นแล้ว
 
ปุ่มทุกปุ่มขณะนี้กระจัดกระจายหมด
 
สรุปว่าหาไม่เจอไปปุ่มนึง (ปุ่ม สี่เหลี่ยม) ดูจากรูป เพราะว่าปุ่ม 4 เหลี่ยมมันหายไปแล้ว
 
เนื่องจากปุ่มไม่ครบ ยิ่งเจ๊งหนักกว่าเก่าอีก คราวนี้ T_T
 
ต้องรอหาปุ่มที่กระเด็นหายเจอก่อน ถึงจะประกอบคืนได้
 
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป ( ตอนหาปุ่มที่กระเด็นหายไปเจอ ณ ขณะนี้ ยังหาไม่เจอ)
 
ไปหาปุ่มที่กระเด็นหายต่อปายย
 
 
มีบางอย่าง ที่สำคัญ อยู่ใกล้ตัว
 
แต่ตาถั่ว หาไม่เจอ อยู่อย่างนั้น
 
แล้วก็ยัง ทำหายไป ไม่สำคัญ
 
ของชิ้นนั้น ควรเก็บไว้ ในใจเธอ
 
 
 
 
 
 
 
7月23日

เที่ยวพิษณุโลก

มาเขียนแล้ว
 
ไปตั้งแต่วัน ที่พุธ 20 กลับ วันศุกร์ที่ 22
 
ตอนไป ซื้อตั๋วรถทัวร์ไว้ 11.00 น. ไปถึงรถก็ 11.00 น. พอดีเป๊ะ (ทุกคนรอกลุ่มเราคนเดียว)
 
พอขึ้นรถเสร็จรถก็ออกเลยทันที
 
ก็เดินทาง ออกจาก กทม. ไปสู่ พิษณุโลก ระหว่างทางก็มีข้าวให้กินด้วย
 
แต่ ท่าทางไม่อร่อยแน่ๆ เลยไม่กิน 555 ทนหิวอีก 4 ชม. ไปให้ถึงแล้วค่อยกิน
 
พอถึงแล้ว เราขอรถทัวร์เค้าลงกันระหว่างทาง เสร็จแล้วก็ เดินทางเข้า ที่พัก
 
วันแรกไปถึงก็เย็นแล้ว ไม่ได้ทำอะไรเลย และ ขอ รถยนต์ของน้า มาใช้
 
ในระหว่างที่อยู่ พิษณุโลก (ผมขับไม่เป็น)
 
และในเย็นนั้น ก็ไปร้องคาราโอเกะมา จนร้านปิด
 
ซึ่งยังไม่คุ้นกับตัวเครื่อง แต่มันมีวัดคะแนนเสียงร้องได้ด้วย
 
โดยคะแนนที่ร้องแบบยังไม่คุ้น ก็ได้ 98/100 คะแนนแล้ว
 
วันที่ 2
 
ตื่นมา ออกเดินทางขึ้นเขามุ่งหน้าสู่น้ำตก เพื่อที่จะไปล่องแก่ง
 
ลำน้ำที่ไปล่อง ชื่อว่า ลำน้ำ เขก (ชื่อแปลกจัง) เค้าบอกว่าความยาก ระดับ 3-5
 
ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่า มันยากแค่ไหน และก็ไม่รู้ว่าเต็มเท่าไร 555
 
ก่อนลงมีให้เซ็น ชื่อ ด้วย ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น จะมอบหัวใจให้ใคร เอ้ย สมบัติ ให้ใคร
 
ก็ได้เซ็นไว้ ตามที่ให้เซ็นมา
 
หลังจากนั้นก็ไปใส่ชุดชูชีพ!! ชุดนี้อนาถมาก รัดติ้วววว มันรัดสุดๆ จนเจ็บตรง...
 
แต่เค้าบอกต้องทน ไม่งั้นอาจไม่รอดได้ แต่ผมว่าถ้ามันรัดนานๆ ผมก็อาจไม่รอดเหมือนกัน
 
เสร็จแล้วก็ลงเรือยางพร้อมไม้ 22/7 คนละอัน (ไม้พาย) ก็จ้ำๆ เป็นระยะทาง 7-9 กิโลเมตร
 
ระหว่างทางเค้าบอกมีไฮไลท์ 5 จุด และ น้ำตกกี่จุดก็ไม่รู้ เริ่มมัน เพราะมันเสี่ยงตายสุดๆ
 
มีจุดน้ำนิ่งเค้าก็ให้โดดลงน้ำด้วย ว่ายน้ำได้ ก็ได้หลวมตัวโดดเรือลงไปว่ายน้ำ แต่...
 
หลังจากนั้น เห็นบ้านใครไม่รู้ริมน้ำ กะลังปล่อยฉี่และ... ลงสู่แม่น้ำ โดยที่ไม่ผ่านอะไรสักอย่าง
 
เห็นดังนั้นจึงขึ้นเรือทันที 555 และพายต่อไป ตัดสายน้ำ ลงน้ำตก กระแทก เรือติด
 
อุปสรรคมากมาย และ พายเรือท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาด้วย (เหมือน National Geographic)
 
สุดท้ายก็รอดมาได้ หัวเรือบอกว่า พวกเราคือ ผู้พิชิตลำน้ำเขก แล้ว เย้!! มีตบมือให้ด้วย
 
แสดงว่าเซียนจริง  
 
เย็นนั้นก็นั่งรถไปกินข้าว วนดูตัวเมืองยามค่ำคืน หล้งจากนั้น
 
เสร็จแล้วไม่รู้ทำไรก็ร้องเพลงต่อ - -' ไปร้านคาราโอเกะร้านเดิม แต่คราวนี้
 
ร้องจนได้ 99 คะแนน ด้วยเพลงของ นิ้งค์ อิอิ
 
แต่หลังจากนั้นก็มีเรื่องระทึกขึ้น!! เวลาประมาณตี 3
 
รถน้าที่ยืมมา ขับไปติดหล่มมมมมม ล้อข้างนึง ติดหล่ม อีกข้างนึง จมน้ำ
 
โอ้ สถานการณ์ตึงเครียด รถ 4x4 ยังไม่รอด ยังไม่ขึ้น จึงต้องใช้บริการร
 
โจ๋เรนเจอร์ บริการประชาชน ดึงขึ้นมา และ ส่งผลให้
 
กันชน แตกและหลุดออกมา !! O_o ในใจตอนนั้นคิดว่า
 
คืนนี้ไม่นอนแล้วจะยืนรับกรรมหน้ารถ 555 และตัวรถก็เต็มไปด้วยโคลน ทุกคน
 
ก็ช่วยกันล้างรถ แบบห่วยๆ เพื่อให้ดู first look สวยๆ (ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย)
 
และง่วงนอนมาก (เวลาประมาณตี 5.30 ) จึงได้นอนลง
 
และตื่นเที่ยงเลยคราวนี้ (ใจจริงจะตื่นเช้ามารับกรรม แต่ตื่นไม่ไหว - -)
 
วันสุดท้ายก็ได้ ไปไหว้พระพุทธชินราช โดยให้น้าไปส่ง (ไม่มีใครให้รถแล้ว 555)
 
และซื้อตั๋วกลับ กทม. โดยสวัสดิภาพ เย้
 
ปิดท้ายด้วยการ taxi ไปนั่งกิน family หมูกะทะ ตรงรัชดา เป็นการปืดท้าย
 
ทัวร์สุขสันต์ ในครั้งนี้
 
3วัน มาเดินทาง แสนสนุก
 
แต่ในทุก ทุกวัน ยังคิดถึง
 
เพราะว่าใน จิตใจ ยังตราตรึง
 
เฝ้าคำนึง ถึงสักคน อยู่ในใจ
 
ปล. ขน notebook ไปเล่นเนต ด้วย แต่เล่นได้ 5 นาที แล้วทำไรไม่ได้สักอย่าง  - -'
7月14日

วันรับปริญญา ^^

เกือบครบอาทิตย์นึงพอดี อิอิ
 
วันที่ 8 กค. 2548 (วันที่ข้างบนก็ไม่ใช่อีกเช่นเคย  )
 
 
ก่อนเข้าห้อง
 
ในที่สุด ก็ถึงสักที วันนี้ ตื่นตั้งแต่เช้า เหมือนเดิม T_T ตื่นเช้ามาหลายวันแล้ว
 
เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าไปยัง สวมอัมพร พอไปถึงแต่เช้าตรู่ ก็ยังอุดส่าห์จะถ่ายรูป ตอนเช้า เช้าจริงๆ
 
แดดยังไม่ออกเลย หน้าตาเหมือนคนตื่นนอนมากๆ  พอถ่ายได้สักพัก คนเริ่มมากัน
 
เยอะแล้ว ก็เลยไปเข้าแถวเตรียมเข้าห้องพิธี อิอิ ก่อนเข้าก็ไปต่อคิวเข้าห้องน้ำ เห็นคนใส่ชุดครุย
 
ยืนออกมาล้นห้องน้ำเลย 555 สงสัยมีแต่คนตื่นเต้น เวลาเข้าห้องน้ำต้องรีบมากๆ เพราะคนข้างหลังคอย
 
ยืนกดดัน อยู่ เสียวๆ - -'  เสร็จแล้วก็เชคชื่อ เข้าไปนั่งห้องแอร์เย็นๆ ฝากโทรสับกับเป๋าตังไว้กับน้องขิม อิอิ
 
 
ระหว่างอยู่ในห้อง
 
โอ.. เข้ามานั่งแล้ว อาการง่วงบังเกิดทันที ง่วงๆ แต่ต้องทน มีคนมาพูดๆไรไม่รู้อะ ก็ไม่ได้สนใจ
 
นั่งไปเรื่อยๆ จนมาถึง มีนักร้องจากคณะ music มาร้องเพลงให้ฟัง !! โอ้ ช่วงนี้ตาสว่าง modern dog เลย
 
นั่งฟังเพลงสุดจะซึ้ง จาก บรรดา elton john jr. 555 มาร้องเพลงซึ้งๆ อีกหลายเพลงแต่จำชื่อเพลงไม่ได้
 
(สงสัยจะไม่หายง่วง) เสร็จแล้วก็เริ่มรับปริญญา ! ตอนเดินขึ้นเวที เกิดอาการ..
 
ชะงัก ลืมขั้นตอนทุกอย่างที่ซ้อมมาตั้ง 3 วัน - -' สุดท้ายวันจริงก็เดินผิดจนได้
 
ไม่ได้เดินไปขั้นตอนนึง มัวแต่อึ้ง สงสัยว่ารูปที่ถ่ายมา จะเป็นอย่างไรน้อ
 
รับเสร็จแล้วก็เอามาดูๆ เอ้า เกียรตินิยม มันยังงี้นี้เอง (ไม่ใช่ของเรานะ ดูของเพื่อน 555)
 
ต่างกับอันธรรมดา นิดส์นึง 55 ก็ภูมิใจๆ ได้ใบมาใบนึง จากบุคคลสำคัญมาก โอ้ ช่างซาบซึ้งอะไรเช่นนี้
 
แล้วก็เดินออกจากห้อง อย่างไม่เป็นระเบียบ - -' ไม่รู้ตอนแรกเดินเป็นแถวดีๆ มีพวกที่นั่งกลางๆเดินมาแทรก
 
ออกเฉยเลย ประตูมีอยู่นิดเดียว ยังจะแย่งกันออกอีก ยิ่งช้ากว่าเดิมอะ
 
 
หลังออกมาจากห้องแล้ว
 
พอออกมาจากฝูงชนสุดระทึกได้ คราวนี้ก็ถึงเวลาสนุกแล้วว เย้ ถ่ายรูปๆ แต่เอ.. กล้องกะโทรศัพท์
 
ฝากไว้หมดเลยนี่นา ก็เลยจัดการ ฝ่าคลื่นมหาชน ลุยไปหาครอบครัวที่อุตส่าห์มารอ ถ่ายรูปด้วย
 
แล้วก็ไปเอาโทรศัพท์กับกล้องมาถ่ายรูป อิอิ และก็ไปเอาพอริ่งมาจากที่จอดรถที่สวนสัตว์ดุสิต
 
(ไกลมากๆ จริงๆ  ) เสร็จแล้วก็รีบกลับมายืนอยู่ที่ลานพระรูปทรงม้าที่เดียวก็มีเพื่อนมาถ่ายเรื่อยๆ
 
ไม่ต้องไปไหนไกล อิอิ ก็ถ่ายกะพ่อแม่ญาติพี่น้องมากมาย เพื่อนๆ ด้วย
 
โอ้วันนี้มีคนให้ดอกไม้ด้วย ท่านอ้อนี่เอง 555 เป็นคนเดียวที่ให้ดอกไม้เราวันนี้นะท่าน
 
ดีใจมากๆ เพิ่งเคยมีคนให้ดอกไม้  ก็ดีใจแล้ว
 
ถือเอาไปถ่ายรูปทั้งวันเลย เพราะมีอยู่ช่อเดียว ปรากฎ มันไม่ใช่ดอกไม้นี่หว่า เป็นช่อกบ - -'
 
และก็ขอบคุณท่านเอมด้วยอุตส่าห์เอากล้องมาถ่ายรูปให้เรา
 
ท่านต๊องท่านเด่นท่านราท่านเอิบท่านนัทท่านจุติ (6/6) *ลืมท่านลุง ท่านเบียร์
 
และน้องปุ๊กแม้เป็นวันเกิดยังอุตส่าห์มาแสดงความยินดี
 
และก็ขอบคุณเพื่อนๆทุกคน ที่ทนความร้อนและสละเวลามาหาเรา
 
รวมถึงเพื่อนๆในคณะทุกคนด้วยที่ถ่ายรูปกะเราทุกคนเลยน้า 
 
และก็คุณแอร์คุณแนคที่มามะได้แต่ยังส่งใจมาถึงผ่าน msg อิอิ
 
***ขอเพิ่มคุณกิ๊กที่โทรมาแบบแปลกๆไม่รู้ว่ามันคืออวยพรหรืออะไรก็ไม่รู้ งงคุ้ณณ
 
ไว้โอกาสหน้ามาเรียนเชิญทุกคนมากันใหม่อีกนะ (อีกกี่ปีน้อ.. อิอิ )
 
เสร็จแล้วยังไม่จุใจ 555 ยกขบวนครอบครัวไปถ่ายรูปกันต่อที่ ศาลายา - -'
 
แล้วไปกินข้าว เริ่มกินข้าวตอนบ่าย 4 โมงเย็น ...
 
สุดท้าย กลับบ้าน ป่วย ไม่สบายไป 3 วัน เย้ เย้ เย้ ...
 
ส่งท้ายด้วยกลอน 2 บท อิอิ 
 
 
เรียนด้วยกัน ฝันกันมา แต่ปีหนึ่ง 
 
ถึงเมื่อไร ยากเท่าไหน ยังตามหา
 
ถึงเกรดเรา จะติด Dog ติด F มา
 
ยังอุตส่าห์ ได้ปริญญา กะเขาเอย
 
 
เธอคนนั้น ฉันยังฝัน อยู่เสมอ
 
กลัวไม่เจอ ภาพเธอ ในความฝัน
 
แต่ทันใด วันนี้ ก็เจอพลัน
 
เธอยืนหัน ให้ถ่ายรูป ดีใจจริง
 
 
 
 
7月12日

วันซ้อมใหญ่

เนื่องจาก แต่ละวันมันไม่มีสาระอะไรมาก จึงย้ายมาเป็นวันซ้อมใหญ่ซะเลย ใช้วิธีดูรูปแทน อิอิ
 
วันที่ 7 กค. 2548 (อย่าไปสนกับวันที่ข้างบนเหมือนเดิม)
 
วันนี้ไปสวมอัมพร แต่เช้าตรู่ ก่อนหน้านี้วันนึงได้หาสถานที่ซื้อตุ๊กตาพอริ่งมาแล้ว อิอิ ด้วยการค้นหาโดย
 
คุณแก้ม อิอิ
 
กะว่าวันนี้พอซ้อมเสร็จจะไปซื้อพอดี อิอิ
 
วันนี้ก็ซ้อมเหมือนเช่นเคย เดินๆรับๆ ด้วยความเซียน ก็ซ้อมเสร็จอย่าง automatic ไม่มีผิดพลาดอะไร
 
แต่ง่วงนอนสุดๆ พอออกมาจากห้องประชุมปุ๊ป ก็พบกับความร้อนทันที
 
ด้วยตามหลักการของคนบ้าเห่อ ก็จัดการ ถ่ายรูป ต่อ 555
 
ถ่าย ถ่าย ถ่าย (ไม่ได้ไปห้องน้ำ)
 
ตอนเที่ยงๆ พ่อ แม่ และ ยาย ก็มาถ่ายรูปด้วย เป็นการถ่ายรอบก่อนของจริง อิอิ
 
บอกว่า มาถ่ายซ้อม เหมือนกัน ฮาดี มี ซ้อมรับปริญญา ก็มี ซ้อมถ่ายรูปเหมือนกัน ไม่ให้น้อยหน้า - -'
 
พอถ่ายเสร็จ ก็ไปถึงญี่ปุ่นกะเพื่อนๆ ... ( ฟูจิ ) พักเหนื่อยจากการใส่ชุดหนักๆ มาครึ่งวัน
 
เสร็จแล้วก็ฝากซื้อพอริ่ง แล้วจบท้ายที่วันนี้วันเกิดคุณแก้ม อิอิ ก็ร้องเพลงอวยพรวันเกิดตามสไตล์
 
ของนักร้องเพลงมืออาชีพ  และของขวัญวันเกิดคือ   รอยยิ้มนั่นเอง
 
ด้วยความอ่อนล้า จึงหลับสบาย เตรียมตัวตื่นเช้ามาวันจริง 
 
 

วันแห่งความสำเร็จ (ซ้อม 1)

วันที่ 5 กค. 2548 ( ไม่ต้องไปสนใจวันที่ข้างบน !!)

 

ขออภัย เนื่องจากไม่สบาย อาการหนัก จึงมาเขียน blog ล่าช้าไปหลายวันเลยทีเดียว อิอิ  

 

ไว้เดี๋ยวจะทยอยมาเล่าเรื่องประจำวันไปเรื่อยๆ พร้อมกับรูปที่ถ่ายมาในแต่ละวัน ด้วย  O_o

 

เอาหละ... วันนี้ เป็นวันซ้อมรับปริญญาวันแรก จากทั้งหมด 3 วัน ซึ่งมีนัดรับชุดครุยที่เช่าไว้ตั้งแต่ปีมะโว้ด้วย

 

เวลานัดโดยประมาณคือ 8.00 น. เป็นเวลาที่เหมาะมากๆ ( เช้ามากๆ แถมต้องถ่อไปถึงศาลายา  ที่ๆคุ้นเคย)

 

ในที่สุด วันนี้ที่รอคอย ก็มาถึง ตื่นนอนเวลาดีที่ 5.44 น. คิดว่าน่าจะเช้าที่สุดที่เคยตื่นมาในรอบหลายเดือน

 

เสร็จแล้วก็จัดการแต่งตัวไปหาขวัญตา ออกจากบ้านที่เวลา 6.20 น. (ในใจคิดว่าไปทัน 8 โมงชัวร์ 555 )

 

แต่แล้วก็มีเหตุการณ์บังเกิด (~ไม่ใช่แขกเกิดนะ บังเกิด ) รถเมล์สายที่คุ้นเคย 515 ได้เกิดอาการขาดช่วงขึ้นมา

 

อย่างเห็นได้ชัด คนรอรถเป็นจำนวนมากๆ ถึงมากที่สุด แต่อาการนี้ ก็ไม่ทำให้ความมุ่งมั่นที่จะไปมหาวิทยาลัยหมดลง

 

คิดไปว่า 4 ปี ที่เรียนมายังไปได้ กะอีแค่วันนี้ เลยฮึดวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ารถเมล์หฤโหดคันนั้น และยอมรับชะตากรรม ...

 

มุ่งหน้าไป ศาลายา คนแน่นมาก จนทุกอย่าง ติดกันหมด   ( ขอบอกว่าทุกอย่างจริงๆ  ) โอยย ทรมาน

 

เมื่อยๆ แต่ไม่ต้องจับราวรถเมล์เลยเพราะว่า คนข้างเคียงยืนหนุนกันเอง จนไม่มีทีจะให้ล้มที่ไหน อิอิ

 

แต่กระเป๋ารถเมล์ก็ยังจะอุดส่าห์ฮา บอกคนจะขึ้นรถเมล์คันนี้ที่ป้ายต่อๆไปว่า ยังว่างอีก 20 ที่ ขึ้นมาเลยคร้าบบบ

 

โล่งมาก ... ( กระเป๋ามันคงไม่นึกว่า มันจะมีคนขึ้นมาจริงใช่ไหม ) แต่แล้ว ก็มีคนขึ้นมาจริง และ ...

 

ทำไรไม่ได้เลย บนรถเมล์คันที่ขึ้นมา เอ้า...       

 

ในที่สุด ก็ถึงศาลายาซะที แต่ชีวิตไม่ได้ง่ายดาย มาถึงก็ต้องจัดการจ่าย จ่าย จ่าย และ จ่ายยยยยย

 

ซัดไป 700 บาท ค่ารูปหมู่ของคณะ และ ตามมาติดๆที่ 2400 บาท ชดใช้กรรมค่าชุดครุยที่สั่งเช่าเอาไว้ อิอิ

 

จริงๆ ต้องมีจ่ายค่าจองรูปรับปริญญาบัตรราคา 2400 บาทอีก แต่... เก็บไว้จ่ายพรุ่งนี้ดีกว่า 555

 

เพราะว่าใจจริงอยากจองรูปพรุ่งนี้ เนื่องจากตังค์ไม่พอ ( วันนี้จะเอาตังค์ที่เหลือไปฉลองแทน อิอิ )

 

พอได้ชุดมา ก็เริ่มลุย ลงชุดสูทก่อนเลย มาดให้มากๆ ก็เลยถ่ายรูปซะหน่อย 555

 

เสร็จก็พอมีประกาศให้ไปถ่ายรูปรวมของทางคณะ ก็จะต้องสวมชุดครุย ถึงเวลาสวมซะแล้ววว

 

อาการขณะใส่ชุดครุยแล้ว รู้สึก... อึ้ง... ( หนักอึ้ง ) มากๆ

 

เสร็จแล้วก็ถ่ายรูปกันเองไปมา วันนี้ก็เป้นวันที่สนุกมากกกก ตามที่ได้รอคอยเอาไว้ (สนุกทุกวันแหละ อิอิ )

 

ที่ขาดไม่ได้คือบทกลอน อิอิ

 

จากกัน  มาแสนไกล

แต่ใจฉัน  ยังคิดถึง

รอวัน  เฝ้าคำนึง

ฉันยังคิด  ถึงแต่เธอ

 

รู้สึกมันน้ำเน่าสุดๆแฮะ  

 

 

ในที่สุดตอนจบของวันนี้ ก็ไปลงเอยที่การฉลอง โบว์ลิ่ง เหมือนอย่างที่เคยทำกันทุกๆวัน อิอิ

 

เอากลอนบทใหม่ ฝากถึง อีก 2-3 วันข้างหน้าในการซ้อมรับปริญญาด้วย

 

ชุดครุยนั้นช่างหนักนัก

แค่ลองใส่ก็เริ่มชัก

แถมสองวันไม่ได้ซัก

คนรู้เข้าก็ไม่ทัก

ใส่กระอักชักทั้งวัน

 

 

7月4日

คำคมดีๆ จากหนังสือ

จุดเริ่มต้น
 
จุดมุ่งหมายอยู่ข้างหน้า
 
เดินไปเรื่อยๆ
 
          เดินไปเรื่อยๆ
         
                     เดินไปเรื่อยๆ
 
                                    เดินไปเรื่อยๆ
 
                                                    เดินไปเรื่อยๆ
 
                                    เดินไปเรื่อยๆ
 
                    เดินไปเรื่อยๆ
 
 เดินไปเรื่อยๆ
 
                                                                      เดินไปเรื่อยๆ
 
                                                           เดินไปเรื่อยๆ
 
                                                   เดินไปเรื่อยๆ
 
                                            เดินไปเรื่อยๆ
 
                                     เดินไปเรื่อยๆ
 
                                         เดินไปเรื่อยๆ
 
                                                 เดินไปเรื่อยๆ
 
                                                           เดินไปเรื่อยๆ
 
                                                                    เดินไปเรื่อยๆ
 
                                                           เดินไปเรื่อยๆ
 
                                                                    เดินไปเรื่อยๆ
 
หมดแรงแล้วใช่ไหม
 
 
 
ไม่เป็นไร ไปไม่ถึงจุดหมายก็ไม่เป็นไร
 
ลองหันกลับไปมองจะรู้ว่า...
 
อย่างน้อยเราก็ไม่ได้ย่ำอยู่กับที่
 
และเราก็ไม่ได้เดินถอยหลัง
 
 
 
 
เราอาจจะไปไม่ถึงจุดมุ่งหมาย
 
แต่เรามาไกลจากจุดเริ่มต้นมากแล้ว
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
.
 
จุดมุ่งหมาย
 
 
 
เห็นว่ามันบาด มาก (คม) เลยเอามาให้ดูกัน อิอิ
 
 
 
 
ที่มา:Be what you really want to be สนพ.ใยไหม
6月29日

เรื่องที่ไม่น่าเชื่อ 2

หลังจากวันนั้นที่ได้ cd เตรียมสอบมา ถัดจากนั้นมาเมื่อวันที่ 29 นั่นเอง
 
จม. อีกฉบับก็มาถึง อันนี้ ชัวๆ เป็นผลคะแนนแน่ๆ 555 ผลงานเราในที่สุดก็มาถึงบ้านแล้ว
 
ได้มาตอนแรกก็เก็บไว้ก่อน ไว้ค่อยเปิดลุ้นตอนดึกๆ อิอิ เพราะว่าโอกาสจะผ่านยากมาก เลยต้องมีทำใจก่อนเปิด
 
ก็เลยไปเที่ยวเดอะมอลล์ก่อน ตามด้วยโบว์ลิ่ง กลับถึงบ้านด้วยความเหนื่อย และในที่สุด
 
ก็เปืดซองออกมา แต่น แตน แต๊น...
 
โอ้ ไหนคะแนนเนี่ย หาช่องที่มันกรอกคะแนนไม่เจอ   พลิกไปพลิกมาตั้งนาน เลยนึกว่านี่อาจจะเป็นใบที่ให้
 
กรอกชื่อมหาวิทยาลัยแล้วมันจะได้ส่งผลไป ก็เลยไม่สนใจอีกต่อไป นึกว่าไม่ใช่ใบคะแนน
 
แต่พอน้องมาดู แล้วก็บอก นั่นไง คะแนน!
 
เราก็โอ้ มีจริงด้วยวุ้ย เกือบเอาใบไปทิ้งซะแล้ว สรุป คะแนนก็ เกือบผ่าน มันน่านัก ฮึ่มๆ
 
นึกว่าจะฟลุกผ่านซะแล้ว เศร้าเลยๆ
 
แต่เห็นว่าเกือบผ่านแบบนี้ก็ยังพอสมัครเรียนได้นะเนี่ย เห็นว่าถ้าทุน พก. มก. มหาวิทยาลัยมันจะไม่ค่อยสนใจเท่าไร
 
แต่มันตะหงิดๆไงไม่รู้แฮะ อีกแค่นิ๊ดนิง เอง คล้ายๆเพลง องศาเดียว ของ ครีมเลยแฮะ
 

*ห่างจากเธอแค่นี้ องศาเดียวจริงๆ ห่างแค่นี้ แค่เอี้ยวตามอง
แต่ฉันเองก็หมดทางที่จะทำให้ ม. รับรู้

**เพียงเศษคะแนนของเธอ (แค่เพียงเศษคะแนนของเธอ) อยากให้ ม. หันมอง
ส่งใจเรียกร้องให้ฟ้องถึงคะแนนในมือ(ฟ้องถึงคะแนน..ในมือ)
แค่คะแนนก็พอ แค่ให้ ม. สนใจ ให้รู้ไว้ว่าฉันไม่เคย (อยู่ไกลจากหน้าคอม)

 
 
จะเรียนเตรียมสอบดี หรือว่าจะไปมั่วเหมือนเดิมอีกรอบดีน้อ
 
ทิ้งท้ายด้วยกุญแจ..
 
เขาคนนั้น คือใคร ใช่จะสน
อยู่ปะปน ผู้คน จนไม่เห็น
แต่ใจของ คนนั้น ช่างเลือดเย็น
ให้คะแนน ผมเป็น แค่นิดเดียว  
 
แด่คนตรวจ essay  อิอิ
 
น้องแก้ม cu-tep เสร็จแล้วสนใจจาสอบ toefl ไหม อิอิ จะได้สอบด้วยๆ
 
 
6月26日

เรื่องที่ไม่น่าเชื่อ !!

ตื่นเช้ามา วันนี้ เหมือนกับ ทุกๆวัน.. เอ๊ะ ถ้าไม่ตื่นก็ไม่ได้มาพิมพ์สิ 555

นึกว่าจะเหมือนเดิมๆทุกวัน แต่วันนี้ มีเรื่องที่ไม่น่าเชื่อขึ้นมา!!

จดหมาย! มีจดหมาย จ่าหน้าซอง ถึงเรา โอ้... เขียนเป็นภาษาอังกฤษซะด้วย

ในใจคิดว่า ผล TOEFL มาแน่นอน โอ้ มาไวใช้ได้เลย (ไม่ถึงเดือน)

มาดังรูป โอ้ๆ

แต่ ทันใดนั้นเอง แกะซองออกมา ก็พบกับความว่างเปล่า.......

ข้างในเป้นแผ่น CD เตรียมสอบ TOEFL นั่นเอง

(ฮึ่ยย... สอบไปเป็นเดือนแล้ว CD เตรียมสอบมันยังเพิ่งมาเรอะ)

แล้วอย่างนี้ผลสอบจริงอีกกี่เดือนฟะเนี่ย 555

ดีนะที่ยังไม่ได้สมัครใหม่ ไม่งั้นจะต้องหลงชมมันแน่ๆ ว่า CD เตรียมสอบ ทำไมส่งมาไวจัง

 

เมื่อวันวาน ฉันรอเธอ อยู่เสมอ

แม้ไม่เจอ วันไหน ยังใฝ่หา

ถีงในวัน พรุ่งนี้ จะไม่มา

ยังนั่งหา นานเท่าไร ก็จะรอ

ผลสอบจ๋า มาสักที จะสอบใหม่แล้ววน้า